Test Drive

New Mazda2 จี๊ดจ๊าดทุกอณู

ด้วยดีไซน์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ เน้นสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างประสบการณ์ขับขี่อันน่าประทับใจ ส่งผลให้รถยนต์ Mazda กลายเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี่ SKYACTIV และ KODO Design มาพัฒนาตัวรถและออกแบบ พร้อมทั้งให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง

ล่าสุดกับเก๋งเล็กNew Mazda2 รุ่นปรับโฉม มีให้เลือกใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1,300 ซีซี 93 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1,500 ซีซี ให้พละกำลัง 105 แรงม้า และมีทั้งแบบ 4 ประตู และ 5 ประตูให้เลือกใช้อีกด้วย ที่สำคัญทุกรุ่นจัดเต็มด้วยฟีเจอร์อำนวยคสวามสะดวกสบาย เทคโนโลยีช่วยขับขี่ เทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

             

Mazda 2 รุ่นปรับโฉม ยึดแนวคิด KODO Design เพิ่มเติมด้วย Less is More เพื่อให้ดีไซน์ตัวรถมีความเรียบง่าย จะว่าไปแล้วก็ถอดแบบหลายอย่างๆ มาจาก Mazda3 รุ่นใหม่ ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้า โดยมีการพัฒนาหลักๆ คือ กระจังหน้าใหม่แบบซิกเนเจอร์วิง กันชนหน้าทรงใหม่ ล้อแม็ก 16 นิ้ว ไฟท้ายแบบใหม่ กันชนท้ายใหม่

ขณะเดียวกันติดตั้งวัสดุซับเสียง ฉนวนกันเสียง ซุ้มล้อด้านใน เพื่อลดเสียงและการสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร เบาะนั่งหนังแท้โทนสี Blue Grey ผสมหนังกลับ Grand Luxe เพิ่มเติมความมั่นใจในการขับและจอดรถด้วย ระบบกล้องรอบทิศทาง 360 องศา แสดงภาพให้คนขับเห็นรอบคัน ทั้งด้านบนกับด้านหลัง, ด้านบนกับด้านหน้า, ด้านหน้ามุมกว้าง, ด้านหลังมุมกว้าง และด้านข้างซ้าย-ขวา

 

การจัดวางเบาะนั่งคู่หน้า ยึดแนวคิดSKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE โดยยึดผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง และจัดวางให้สอดรับคามเป็นธรรมชาติของผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากที่สุด ขณะที่เบาะนั่งผุ้โดยสารแถวสองหรือเบาะหลัง นั่งสบายมีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศรีษะเพียงพอสำหรับคนสูงใหญ่

แต่ที่ถูกใจหน่อยสำหรับคนที่ชอบการขับขี่แบบสปอร์ต Mazda2 รุ่นปรับปรุงโฉม ติดตั้งระบบG-Vectoring Plus หรือ GVC Plus มาให้เป็นอุปกรณ์มาตราฐาน ถือเป็นไฮไลท์ที่ช่วยเติมยอดขายให้กับเก๋งเล็กคันนี้ยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจจะเลือกซื้อ ทางมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ทุ่มทุ่นปิดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ นำ Mazda2 รุ่นปรับปรุงโฉมทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮชท์แบก 5 ประตู มาให้พิสูจน์สมรรถนะในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังเครื่องยนต์ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และช่วงล่างที่มาพร้อมกับระบบ G-Vectoring Plus หรือ GVC Plus โดยจำลอง Station ให้ขับทดสอบบนแทร็คระดับโลกแห่งนี้

เริ่มทดสอบแรกกับอัตราเร่งและการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง Station นี้ มี 2 ด่าน โดยขับด้วยความเร็ว 70 กม.ต่อชั่วโมง แล้วยกคันเร่งปล่อยให้รถไหลเข้าสถานีที่อยู่ในจุดลงเนินความเร็ว แล้วขับหลบสิ่งกีดขวาง ซึ่งครูฝึกบอกว่าระบบ GVC Plus จะไม่ทำงาน เนื่องจากผู้ขับขี่ยกคันเร่ง

             

ทั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบให้เกิดความรู้สึกว่า ระบบ GVC Plus เราก็ขับรถแบบเดิมอีกหน แต่รอบนี้เลี้ยงคันเร่งเพื่อรักษาความเร็ว และกดเร่งคันในบางจังหวะ สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ ความหนึบแน่นแน่นอนและสมู๊ฟระหว่างขับ ซึ่งเป็นผลจากที่ ระบบ GVC Plus ทำงานนั่นเอง คือ ช่วยให้การหลบหลีกทำได้ง่าย เบาใจและเบาแรงในการขับ จากนั้นขับรถทับสายเคเบิลที่วางขวางผิวแทร็ค เพื่อใช้ความรู้สึกจับการสั่นสะเทือน และการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร งานนี้ถือว่า New Mazda2 ทำได้ดี

จากนั้นสลับรุ่นรถจากซีดานมามาเป็นแฮชท์แบก 5 ประตู ถ้าไม่นับเรื่อง พฤติกรรมการขับที่ห้าวขึ้นเติมความเร็วมากกว่าที่ครูฝึกกำหนด จนทำให้ระบบช่วยการขับขี่และระบบความปลอดภัยบ เช่น ระบบป้องการลื่นไถล TCS ระบบ DSC ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรง มาทำงานแทน ระบบ GVC Plus เห็นจะเป็นการตอบสนองของขุมพลังดีเซล 1,500 ซีซี. ที่สร้างความเพลิดเพลินสนุกในการขับขี่ มากกว่าขุมพลังเบนซิน 1,300 ซีซี.

หลังจากทดสอบตาม Station หลักจนครบ ที่นี่ก็มาเร้าใจแบบดุๆ จัดเต็มแทร็ค โดยมีครูฝึกที่มีดีกรีนักแข่งรถยนต์ชั้นนำของเมืองไทย อย่าง มานะ พรศิริเชิด และ อั๋น-ศิริคุปต์ เมทะนี ขับรถนำขบวนและช่วยแนะนำไลน์บนแทร็ค โดยขับ Madaz2 ขุมพลังเบนซิน และขุมพลังดีเซลคนละ 2 รอบ

ทริปนี้ เรียกว่าขับแบบดุเด็ดเผ็ดมัน จนหลงลืมไปว่า ไอ้รถที่เรากำลังขับอยู่นั้น นอกจากเป็นเก๋งเล็กและเป็นรถเดิมๆ จากโรงงาน ยางรถยนต์ก็ยางที่ติดมากับรถ แต่สมรรถนะเกินตัวจริงๆ

สำหรับคนที่น่าใจ Mazda2 รุ่นปรับปรุงโฉม ที่มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์เบนซิน 1,300 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มี 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย 1.3 E ราคา 546,000 บาท 1.3 C ราคา 602,000 บาท 1.3 S ราคา 627,000 บาท 1.3 S LEATHER ราคา 648,000 บาท และ 1.3 SP ราคา 690,000 บาท ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร มีทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮทช์แบค 5 ประตู เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดให้เลือก 2 รุ่นย่อย โดย XD ราคา 782,000 บาทและ XDL ราคา 799,000 บาท

ค้นหาบทความ

บริษัท มีเดีย อะเลิร์ท จำกัด (Medea Alert Co., Ltd.)

โทรศัพท์ : 083-301-6333 E-mail: princeek23@gmail.com และ lek423@yahoo.com