Test Drive

All New Honda City สนุกทุกอณู แค่ 200 มันน้อยไป

 

 

ก่อนลองขับจริง All New Honda City ขุมพลังเบนซิน 3 สูบ VTEC TURBO 122 แรงม้า ขนาด 1,000 ซีซี. จากอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย มุ่งสู่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะทางไป-กลับกว่า 196 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางท้าทายทั้งไฮเวย์ ทางคตโค้ง และลาดชันบนเขา ต้องบอกว่า เหลือเชื่อจริงๆ สำหรับอีโคคาร์คันนี้ ที่มีดีเกินตัวในทุกมิติ

โดยเฉพาะไฮไลท์ที่ได้รับการกล่าวขวัญมาตั้งแต่วันเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วว่า แรงจัด! ประหยัดจริง! ตามสเปกอีโคคาร์เฟส 2 (ระดับ 23.8 กม. ต่อ ลิตร) ทำให้เราและเพื่อนๆ สื่อมวลชนใจจดใจจ่อที่จะได้สัมผัสความแรงล้ำเร้าใจ จนหลงลืมภาพลักษณ์ และมากกว่าการจะใช้เวลาไปพิจารณาชื่นชมรูปลักษณ์และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร

              

                สนุกทุกอณู แค่ 200 กม. ต่อ ชม. มันน้อยไป

จะด้วยกิตติศัพท์ที่ลำลือ ชื่อเสียงของรถ หรือความสดใหม่ก็ตาม ทำให้เราไร้ยางอาย เดินปาดหน้านักข่าวรุ่นน้องขึ้นประทับนั่งหลังพวงมาลัย กดปุ่มสตาร์ต จัดท่านั่งพร้อมปรับแต่งเบาะนั่ง พวงลัย และกระจกมองข้าง อยากจะซิ่ง All New Honda City ให้มันสาแก่ใจ

 

แค่แตะคันเร่งและออกตัว รับรู้ถึงความจัดจ้านทันทีของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ที่มาพร้อม Turbo Charger อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว

 

โลดแล่นเริงร่า Fun To Drive

เหลือเชื่อจริงๆ ขุมพลัง 1,000 ซีซี. ซิ่งซ่า ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจ ด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที เรียกสมรรถนะกำลังออกมาใช้ได้ทันใจตั้งแต่รอบต่ำ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) แถมแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) แต่เดิมเข้าใจว่า เกียร์ CVT คงไต่ความเร็วมาแบบเนิบๆ แต่เอาเข้าจริง ยิ่งกดคันเร่งความเร็วยิ่งมา 120-150 กม. ต่อชั่วโมง ปรี๊ดปร๊าด ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แถมเรี่ยวแรงไม่มีหดหาย เรียกว่า ยิ่งเติมยิ่งมา ตอบสนองดี

 

โอ้...แม่เจ้า กดคันเร่งเพลิน เหลือบดูเรือนไมล์ พร้อมกับเสียงร้องทักจากนักข่าวรุ่นน้อง (พี่เล็กครับ ทะลุ 190 กม. ต่อ ชั่วโมง แล้ว) จนต้องชิฟแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีดไปตามลำดับ และเพลิดเพลินไปตามจังหวะการขับขี่

 

จะว่าประหลาดใจก็ใช่ แต่ระหว่างนี้ ยังรู้สึกได้ว่า กำลังเครื่องยนต์ยังเหลือ และยังจี๊ดจ๊าดไปได้อีก แต่ด้วยระยะทางและการจราจรไม่อำนวย ทำให้ต้องยกคันเร่ง แล้วขับประคองด้วยความเร็วตามกฎหมายไปสักระยะ แต่ด้วยอารมณ์คาใจเมื่อครู่ ครั้นพอได้จังหวะเหมาะ โอกาสอำนวย เติมคันเร่งอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ โอ้...แม่เจ้า ความเร็วทะลุ 205 กม. ต่อ ชั่วโมง ได้อย่างเหลือเชื่อ แถมแรงยังเหลือ โอ้! ในใจคิดว่า คงจะได้เห็น Honda City ใหม่ โลดแล่นในสนามแข่งอย่างแน่นอน 

ขณะเดียวกัน ตลอดเส้นทางที่ขับทดสอบ ทั้งทางตรงโล่งๆ ทางคตโค้ง ทางลาดชั้นขึ้นลงเขา ขุมพลัง ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พวงมาลัย ระบบเบรก และระบบช่วงล่างของ All New Honda City เจ๋งเป้ง! ขั้นเทพ หนึบแน่นไว้ใจได้

ส่วนเรื่องอัตราประหยัดน้ำมัน ลืมไปได้เลย เราและบัดดี้ที่นั่งมาด้วยกันละเลย แต่เช็กจากเพื่อนๆ นักข่าวท่านอื่นแจ้งว่า ขับดุๆ กดหนักๆ รอบเครื่องสวิงไปมา ประหยัดระดับ 11 กม. ต่อ ลิตร ถือว่า ประหยัดจริง

 

เน้นสมรรถนะ-โอ่อ่านั่งสบาย-ช่วงแน่น เลือกเลยรุ่นไหนก็โดน โดย All New Honda City มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย

รุ่น RS ราคา 739,000 บาท

รุ่น SV ราคา 665,000 บาท

รุ่น Vราคา 609,000 บาท

รุ่น S ราคา 579,500 บาท

 

เช็กสเปก All New Honda City รุ่นไหนแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

 

ดีไซน์ดุเท่-ห้องโดยสารโอ่อ่า

All New Honda City เจเนอเรชันที่ 5 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตแฝงหรูหรา ออกแบบภายใต้แนวคิด “Standing on The Edge” ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน โดยเฉพาะรุ่นท็อป RS เท่..สะดุดตากับชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้า Gloss Black และสัญลักษณ์ RS กันชนหน้า กระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าใหม่แบบ LED ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ไฟตัดหมอก LED กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลัง Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ส่วนรุ่น SV และ V ล้ออัลลอย 15 นิ้ว

               

ห้องโดยสารโอ่อ่ากว้างเกินคลาส ออกแบบภายใต้แนวคิด “Ambitious Beauty” เรียบง่ายแต่ทันสมัย ยึดหลักการพัฒนา “Man-Maximum Machine-Minimum” จัดวางให้พื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ ขับขี่ก็สบายจะนั่งโดยสารก็เพลิน เบาะนั่งรุ่น RS เป็นเบาะหนังกลับเดินด้ายสีแดง ขณะที่รุ่น SV เป็นเบาะนั่ง และเบาะผ้าติดตั้งในรุ่น V และ S)

 

แต่ถ้าเลือกซื้อรุ่น RS, SV และ V จะได้รับฟีเจอร์และออฟชั่นเกรดสูงกว่า เช่น คอนโซลหน้า Piano Black คอนโซลกลางมีที่วางแขนขนาดใหญ่ ช่องเก็บของตรงกลางด้านหลังที่วางขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้ มือจับเปิดประตูด้านในแบบโครเมียม มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ มาตรวัดเรืองแสงสีแดง (รุ่น RS) สีขาวรุ่น SV และ V ระบบแอร์ปรับอัตโนมัติ

 

ครบครันด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Honda CONNECT มีเฉพาะรุ่น RS ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ให้ผู้ขับขี่และรถยนต์สื่อสารกันผ่านปลายนิ้วสัมผัส มี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก อำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัยระหว่างเดินทาง

 

1.MY SERVICE ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป

2.DRIVING BEHAVIOR จะบันทึกข้อมูลการขับขี่และแสดงพฤติกรรมขับขี่ต่างๆ แสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี

3.WIFI เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์

 

* สามารถสมัครแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (AIS) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

4.AIRBAG DEPLOYMENT เมื่อถุงลมทำงาน Honda CONNECT จะส่งสัญญาณแจ้งผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันทันที และส่งข้อความสั้นไปยังเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน นอกจากนี้ ระบบจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าฮอนด้า เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น

5.SECURITY ALARM ช่วยแจ้งสถานะเมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก

6.REMOTE VEHICLE CONTROL สั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด รวมถึงฝากระโปรงหน้าและฝากระโปรงท้าย อีกทั้งยังสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์

ยิ่งไปกว่านั้นยังสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน

7.GEO FENCE & SPEED ALERT กำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย

8. FIND MY CAR ตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุดผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

              

                นอกจากนี้ ยังติดตั้งฟีเจอร์และระบบความปลอดภัยไว้เพียบ เช่น เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง ช่องจ่ายไฟสำรอง ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS)

 

ถุงลม 6 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS) ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เพิ่มทัศนวิสัยการถอย โดยเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน ในจังหวะใส่เกียร์ถอยหลัง (มีเฉพาะรุ่น RS และ SV)ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist-VSA) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist-HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal-ESS)

 

อย่างไรก็ตาม หากอยากเท่และแตกต่างกว่าใคร ฮอนด้า ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รอบคัน มาเป็นทางเลือกในการเสริมความดุ โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 8,150 บาท แป้นคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต ราคา 1,300 บาท คิ้วบันได LED ราคา 4,400 บาท ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต ราคา 3,600 บาท (ราคาต่อ 1 วง ไม่รวมยาง) ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท

 

แพ็กเกจชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ

1.Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท (สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น)

2.Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท (สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น)

3.Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท (สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city

ค้นหาบทความ

บริษัท มีเดีย อะเลิร์ท จำกัด (Medea Alert Co., Ltd.)

โทรศัพท์ : 083-301-6333 E-mail: princeek23@gmail.com และ lek423@yahoo.com