Test Drive

All New NISSAN Almera ขับง่าย ฟีเจอร์เยอะ ออฟชันแยะ

 

 

All New NISSAN Almera นับเป้นอีโคคาร์อีกรุ่นในตลาดที่น่าสนใจ ด้วยความโดดเด่นของบอดี้กว้างและใหญ่กว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน แถมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์และออฟชั่น ขุมพลังเทอร์โบ 100 แรงม้า เครื่องยนต์ 3 สูบขนาด 1,000 ซีซี. ที่มาพร้อมราคาค่าตัวที่คุ้มค่า โดยเฉพาะรุ่นท็อป VL ราคาค่าตัวที่ 639,000 บาท สร้างความสนใจให้กับคนที่กำลังมองหารถคันแรก และคันที่ 2 หรือคันที่ 3 ไว้ใช้งาน

ล่าสุดกับการทดสอบสมรรถนะระยะทางกว่า 250 กิโลเมตร ขับผ่านเส้นทางอุทยานแห่งชาติทั้งสามแห่งในเขตภูเก็ต และพังงา ลัดเลาะขับเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยเชื่อ” หรือ ‘Challenge All Beliefs’ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงสมรรถนะ All New NISSAN Almera ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการขับขี่ทางไกล โดยมีเส้นทางคตโค้งสลับเนินเขาทางภาคใต้

             

 

ขุมพลังเทอร์ 1.0 ลิตร ขับง่ายคล่องตัว

แน่นอนว่า เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรใหม่ ภายใต้รหัส HRA0 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) ขนาดความจุ 999 ซีซี ให้อัตราสิ้นเปลืองน้้ามันเชื้อเพลิงดีที่สุดในระดับรถเดียวกันถึง 23.3 กม. ต่อลิตร ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ให้แรงบิดถึง 152 นิวตันเมตร (Nm) ตั้งแต่รอบเครื่องที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที ถ่ายทอดกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและทันใจ ตอบสนองอัตราเร่งแซงที่ดีขึ้น และมาพร้อมระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สามารถเปิด–ปิด ระบบการทำงานได้

 

ระบบเครื่องยนต์รุ่นนี้จัดเต็มด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคมากมาย เช่น ลูกสูบแบบ Delta Cylinder Head, หัวฉีดแบบ Central Injector และ Turbocharger ควบคุมไอเสียด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเทคโนโลยีเคลือบบนกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Nissan GT-R ซึ่ง เพิ่มความทนทาน ช่วยลดการสึกหรอและน้ำหนักของกระบอกสูบ ทั้งยังปรับปรุงเรื่องระบายความร้อนและการเผาไหม้

อัตราเร่งจากระยะ 0-100 กม.ต่อ ชั่วโมง จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (11.20 วินาที) ส่วนอัตราประหยัดน้ำมันวัดจากการใช้งานจริง ความเร็วประมาณ 110-120 กม. ต่อ ชั่วโมง รอบเครื่องยนต์สวิงไปมา เหลือดูหน้าจอแสดงค่าเฉลี่ยระดับ 13 กม.ต่อลิตร

 

ฟีเจอร์เยอะ ออฟชันแยะ ราคาค่าตัวคุ้มค่า

ระหว่างการเดินทาง มีโอกาสได้ทดลองใช้ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจใช้ โดยเทคโนโลยีล้ำๆ โชว์ประสิทธิภาพปกป้องและป้องกันภัยเมื่อเจอสถานการณ์เสี่ยง อาทิ สัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning-IFCW) เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking–IEB) เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning–BSW) และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert–RCTA) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor–IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD) ด้วยกล้องสี่ตัวที่ด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง รอบคัน คุณสมบัติเหล่านี้ ช่วยเสริมความปลอดภัย และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

นั่งนุ่ม..นั่งสบาย..ภายในกว้าง

ประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่เป็นจุดขายอย่างหนึ่งของ All New NISSAN Almera คือ การจัดการเรื่องเสียงรบกวน การสั่นสะเทือนและความกระด้าง (Noise, Vibration, and Harshness-NVH) ซึ่งทางนิสสันได้ปรับปรุงให้ดีกว่ารุ่นก่อน ส่งผลต่อเครื่องยนต์ และตัดเสียงรบกวนจากบนท้องถนนได้ดี ทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบยิ่งขึ้น

 

ภาพรวมของสมรรถนะการขับขี่ แม้จะไม่จี๊ดจ๊าด แต่ All New NISSAN Almera มอบความมั่นใจความสะดวกสบาย และความคล่องตัว โดยสามารถเรียกกำลังแรงม้าออกมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วงล่างให่ความมั่นใจ โดยบางช่วงที่ขับทดสอบใช้ความเร็วสูงระดับ 170 กม. ต่อชั่วโมง ยึดเกาะถนนได้ดี ไม่ยวบย้วย แต่ให้ความนุ่มนวลนั่งสบาย ขณะที่พวงมาลัยแม้จะเบาหวิวในช่วงออกตัวความเร็วต่ำ แต่พอกดความเร็วเพิ่ม เริ่มให้ความรู้สึกหน่วงและให้น้ำหนักที่เหมาะมือ

 

น่าคบน่าใช้ไว้ใจได้

All New NISSAN Almera มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange) สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic) และสีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver)

 

ภาพโดยรวมที่ได้ลองขับ All New NISSAN Almera ขุมพลังเครื่องยนต์ตอบสนองการใช้งานดี ขับในเมืองให้ความล้องตัวสูง จะขับไปเที่ยวในวันหยุดเส้นทางระหว่าสงจังหวัดก็ไว้ใจได้ อีกทั้งยังมีจุดเด่นคือ เปนอีโคคาร์ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์และเพียบด้วยออฟชั่น แถมราคาค่าตัวคุ้มค่า

รุ่น S: ราคา 499,000 บาท

รุ่น E: ราคา 509,000 บาท

รุ่น EL: ราคา 559,000 บาท

รุ่น V: ราคา 599,000 บาท

รุ่น VL: 639,000 บาท

ดีไซน์เฉี่ยวมาพร้อ,โครงสร้างที่ใหญ่และกว้างกว่า

รูปลักษณ์ปราดเปรียวกว้างและยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิม ออกแบบภายใต้รูปทรงเรขาคณิตสื่ออารมรณ์ “Emotional Geometry” กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าแบบ LED และไฟท้ายทรงบูมเมอแรง LED Signature Light แนวเสาหลังคาหลังถูกยกขึ้น (kick-up C-pillars) และหลังคาแบบลอยตัว (floating roof) ส่งต่ออัตลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความต่อเนื่องในรถยนต์นิสสันทุกรุ่นไฟเลี้ยวด้านข้าง และไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อทไฟเบรกแบบ LED ทรงบูมเมอแรง

ห้องโดยสารกว้างใหญ่โอ่อ่า มาพร้อมจอแสดงผลใหม่ระบบอินโฟเทนเมนต์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันน และเบาะนั่ง ห้องโดยสารด้านหลังที่มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน ภายในออกแบบให้ทันสมัยพร้อมด้วยระบบเชื่อมต่อที่ให้ความสะดวกสบายและอรรถประโยชน์แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พื้นที่ผู้โดยสารด้านหลังยังกว้างขวางและสะดวกสบาย สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ภายในที่ทันสมัยได้แก่:

* พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ โดยรุ่น EL, V และ VL เป็นแบบมัลติฟังก์ชัน สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

* ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) และรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key - I-Key) (สำหรับรุ่น EL, V และ VL) และระบบกุญแจ Immobilizer

* เบาะผ้าสีดำตัดขอบสีเทา (สำหรับรุ่น EL, V และ VL) มอบความสวยงามและความสะดวกสบาย สำหรับเบาะนั่งด้านคนขับสามารถปรับระดับเพื่อความเหมาะสมกับขนาดร่างกายส่วนด้านหลังที่นั่งมีช่องเก็บของอเนกประสงค์ 

* การตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ และเสริมด้วยวัสดุสีเงิน เช่น ภายในบริเวณช่องแอร์ด้านข้าง และคอนโซลกลาง ส่วนวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางสีเปียโน แบล็ค (สำหรับรุ่น EL, V และ VL) ซึ่งทั้งหมดเป็นการผสมผสานอารมณ์สปอร์ตและหรูหราไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

* ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ (สำหรับรุ่น V และ VL) ให้ความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง

* กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ

* ที่วางแก้วน้ำตอนหน้า 2 ตำแหน่ง ช่องวางขวดน้ำที่แผงประตู 4 ตำแหน่ง ช่องวางของเอนกประสงค์ตอนกลาง กล่องเก็บของด้านหน้า

* ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และไฟห้องสัมภาระท้าย

* ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง และระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา

จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีมากมาย Nissan Intelligent Mobility และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Nissan Intelligent Safety Shield®

* เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning - IFCW)

* เทคโนโลยีจะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนหากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า

* เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB)

* เทคโนโลยีจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วและหยุดรถให้ความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุบรรเทาลง

                * เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)

* เทคโนโลยีเตือนอัจฉริยะนี้จะทำให้ทุกการขับขี่ของคุณมั่นใจยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ที่ต้องการเปลี่ยนช่องทางการขับขี่ ทันทีที่สัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิดระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่า ขณะนั้นกำลังมีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับขี่ด้านข้างซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็น

* เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)

* เทคโนโลยีจะเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกันกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

* เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM)

* เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อยไหวจริงและนำไปประมวลผล จากนั้นแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอวิทยุ และยังทำงานร่วมกับ เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคัน จับการเคลื่อนไหวได้เทคโนโลยีอัจฉริยะนี้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างคล่องตัว

* เทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC)

* เทคโนโลยีช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถขณะหักหลบกะทันหันหักเลี้ยวอย่างมั่นใจ ตอบสนองทุกการขับขี่อย่างฉับไวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสถานการณ์คับขัน

* เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA)

* เทคโนโลยีเมื่อขับรถขึ้นบนทางลาดชันระบบจะช่วยป้องกันไม่ไห้ไหลลงขณะออกตัว เมื่อยกเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบจะสั่งให้เบรก ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเหยียบคันเร่งและออกตัวอย่างนุ่มนวล

นอกจากเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี แล้ว นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มความปลอดภัยทั้งในเชิงการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety) และ ระบบลดความรุนแรงความเสียหายจากอุบัติเหตุ (Passive Safety) อันได้แก่

* โครงสร้างตัวถังเป็นแบบ Zone Body Concept เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และกระจายแรงกระแทก เพื่อปกป้องห้องโดยสารและผู้โดยสารกรณีเกิดอุบัติเหตุ

* 6 ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ในนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ทุกรุ่น ขณะที่ ด้านข้าง (side airbags) และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (curtain airbags) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น VL

* เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า ปรับสูง-ต่ำได้ เพื่อความเหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแต่ละคน โดยเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าเป็นแบบ ELR 3 จุด แบบดึงกลับอัตโนมัติ และผ่อนแรงอัตโนมัติ ด้านหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด ครบทั้ง 3 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กด้วยจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX และระบบป้องกันเด็กเปิดประตูจากภายในรถ

* ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ แอลอีดี เห็นได้ชัดเจน โดยระบบเบรกหน้าเป็นแบบ ดิสค์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก

เพิ่มการเชื่อมต่อและความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยฟังก์ชันการใช้งานเต็มรูปแบบ ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง

* ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของลูกค้าในวันนี้ fh;p NissanConnect บนหน้าจอแสดงผลใหม่

* ระบบข้อมูลและความบันเทิง NissanConnect (ในรุ่น V และ VL) มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพงคุณภาพดี 6 จุด และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง Apple CarPlay

* รุ่น E และ EL ติดตั้งระบบเครื่องเสียง วิทยุ AM/FM พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมลำโพงคุณภาพดี 4 ตำแหน่ง

* เพิ่มความสะดวกในการควบคุม ด้วยสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์บนพวงมาลัย (สำหรับรุ่น EL, V และ VL) พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth (ยกเว้นในรุ่น S)

* เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยมาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital ผ่านหน้าจอ TFT หน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว / แสดงผลข้อมูลการขับขี่ / แสดงมาตรวัดอุณหภูมิภายนอก (สำหรับรุ่น V และ VL)

ข้อมูลทางเทคนิต

มิติ ตัวรถ

ความยาวทั้งหมด (มม.)          4,495

ความกว้างทั้งหมด (มม.)        1,740

ความสูงทั้งหมด (มม.)            1,460

ระยะฐานล้อ (มม.)                  2,620

ระยะห่างของล้อ หน้า/หลัง    1,525/1,535

น้ำหนักรถโดยประมาณ                         1076 กก. (รุ่น VL)

เครื่องยนต์                                              รหัส HRA0 ระบบ DOHCIndirect Injection

ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม) 72.2x81.3

ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)                     999

แรงม้าสูงสุด                                           100 Ps (74 Kw)/5000 rpm

แรงบิดสูงสุด                                          152 Nm (15.5 kg-m)/2400~4000 rpm

อัตราส่วนกำลังอัด                                  9.5+/-0.2

ความจุถังเชื้อเพลิง (ลิตร)                       35

ระบบเกียร์                                              XTRONIC CVT with D-Step Logic

อัตราทดเกียร์                                          4.0062-0.4580

ระบบช่วงล่าง หน้า / หลัง                     แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง / ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบพวงมาลัย                                     แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)

ระบบเบรก หน้า / หลัง                          ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน / ดรัมเบรก

ขนาดยาง                                               195/65 R15

ขนาดล้อ                                                15" x 5.5J

ค้นหาบทความ

บริษัท มีเดีย อะเลิร์ท จำกัด (Medea Alert Co., Ltd.)

โทรศัพท์ : 083-301-6333 E-mail: princeek23@gmail.com และ lek423@yahoo.com