สถิติการผลิตยานยนต์เดือนสิงหาฯ เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น

0
194
Automotive Production In ฤugust Began to Send Better Contracts
Automotive Production In ฤugust Began to Send Better Contracts

ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เผยสถิติยอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศประจำเดือนสิงหาคม 2563 มีปริมาณการผลิตรถยนต์จำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคันเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 แต่มีปริมาณน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ยังคงลดลง อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญณาณของการฟื้นตัวเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีขึ้น และการแพร่ระบาดไวรัสโควิดคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น คาดการณ์ว่าสถานการณ์เติบโตของอุตสาหกรรมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

การผลิตรถยนต์

ในเดือนสิงหาคม 2563 ประเทศไทยผลิตรถยนต์จำนวน 117,253 คัน ถือเป็นเดือนแรกตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ปริมาณการผลิตรถยนต์ของไทยมีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคัน อย่างไรก็ดีปริมาณผลิตรถยนต์ในเดือนสิงหาคมยังคงลดลงร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า เป็นผลจากทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก หากพิจารณารายผลิตภัณฑ์พบว่าปริมาณการผลิตรถยนต์ลดลงในทุกผลิตภัณฑ์ ด้านปริมาณจำหน่ายรถยนต์ลดลงร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าจากการลดลงของทุกผลิตภัณฑ์ยกเว้นรถกระบะ Double Cab ที่มีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 1

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ถึงแม้ว่าปริมาณการจำหน่ายรถกระบะ Single Cab จะลดลงแต่ลดลงเพียงร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากกิจกรรมส่งเสริมการขายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในส่วนของปริมาณการจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) ของรถ xEV ในเดือนสิงหาคมกลับมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หลังจากลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 4 เดือน แบ่งออกเป็นปริมาณการจดทะเบียน รถ HEV รวมกับ รถ PHEV จำนวน 2,673 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และรถ BEV จำนวน 112 คัน เพิ่มจาก 23 คัน ในปี พ.ศ. 2562

ด้านการส่งออกรถยนต์ลดลงร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หากพิจารณาในภาพรวมพบว่าการส่งออกรถยนต์ทุกประเภทและการส่งออกไปยังทุกตลาดลดลง แต่อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงตลาดส่งออกรถยนต์แต่ละประเภทพบว่า ปริมาณการส่งออกรถยนต์นั่งไปยังตลาดเอเชีย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57 ของปริมาณการส่งออกรถยนต์นั่งทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์รายหนึ่งปรับแผนการผลิตให้ประเทศไทยฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวสำหรับการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งบางรุ่น ในขณะที่ปริมาณการส่งออกรถกระบะ 1 ตันไปยังตลาดโอเชียเนีย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55 ของปริมาณการส่งออกรถกระบะ 1 ตันทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากการที่ออสเตรเลียมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ต้องประสบกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 2 จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์เริ่มส่งออกรถกระบะ 1 ตันไปยังออสเตรเลียเพื่อตอบสนองต่อตลาดที่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่กล่าวมาส่งผลให้เดือนมกราคม–สิงหาคม ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตรถยนต์สะสม 812,721 คัน จำหน่ายสะสม 456,858 คัน และส่งออกรถยนต์สะสม 457,516 คัน ลดลงร้อยละ 42 33 และ 37 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามลำดับ

นอกจานี้ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมมือกับ เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) เกรทวอลล์ มอเตอร์ส และ Startup Betta EV เปิดตัวโครงการ Betta EV Lady Taxi พร้อมรับสมัครผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 200 คน เพื่อเป็นผู้ขับขี่รถ Taxi ไฟฟ้าในโครงการดังกล่าว นอกจากนั้น เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) ยังร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เร่งขยายเครือข่ายสถานีประจุไฟฟ้าจำนวน 100 แห่งภายในปี พ.ศ. 2563 และจะขยายเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต

                การผลิตรถจักรยานยนต์

ในเดือนสิงหาคม 2563 ประเทศไทยผลิตรถจักรยานยนต์ จำนวน 137,847 คัน ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นสำคัญ โดยปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ มีจำนวน 143,424 คัน ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลจากการลดลงของการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดต่ำกว่า 125 ซีซี และรถจักรยานยนต์ขนาดมากกว่า 400 ซีซี ลดลงร้อยละ 6 และ 14 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามลำดับ

ขณะที่รถจักรยานยนต์ขนาด 126–250 ซีซี และรถจักรยานยนต์ขนาด 251-399 ซีซี มีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และ 15 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามลำดับ ในส่วนของการจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) รถ xEV มีปริมาณ 529 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งออกเป็นรถ HEV 378 คัน ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และรถ BEV 151 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 66 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ด้านการส่งออกรถจักรยานยนต์ แบ่งออกเป็นการส่งออกรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) จำนวน 28,291 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การส่งออกรถจักรยานยนต์ขนาดมากกว่า 800 ซีซี ไปยังจีนและหลายประเทศในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น และการส่งออกชิ้นส่วนครบชุดสมบูรณ์ (CKD) จำนวน 31,700 คัน ลดลงร้อยละ 25 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ระบบสัญญาณเตือนภัยภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Early Warning System)

                ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2563 ระบบส่งสัญญาณปกติถึงเดือนธันวาคม 2563

                อุปสงค์ต่างประเทศ ส่งสัญญาณปกติจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจยุโรป เนื่องจากหลายประเทศเริ่มผ่อนปรนมาตรการกักกัน แต่อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามสถานการณ์จากอเมริกาและออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคอเมริกาและดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลีย ยังคงส่งสัญญาณเฝ้าระวังและเตือนภัยตามลำดับ

อุปสงค์ในประเทศ1 ส่งสัญญาณปกติจากทุกดัชนี จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าเกษตรและผลผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ยังคงต้องเฝ้าระวังไว้เนื่องจากมีการคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัวในระยะเวลาหนึ่ง จึงจะฟื้นตัวกลับมาสู่ช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อุปทาน มูลค่าการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ส่งสัญญาเตือนจากการนำเข้าชิ้นส่วนที่ลดลง จากชิ้นส่วนที่ยังคงค้างสต็อกอยู่ในบางส่วน แต่อย่างไรก็ดีมูลค่านำเข้าชิ้นส่วนเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นแล้ว อาจเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในอนาคต