29.6 C
Bangkok
Sunday, March 1, 2026
https://www.thaihonda.co.th/honda/
APHONDA900x192px
previous arrow
next arrow

ไทยแลนด์ โมโต จีพี 2026 ทุบสถิติผู้ชมมากสุด “เบซเซ็คคี” แชมป์สนามแรก “มาร์เกซ” ดวงแตกยางระเบิด

ศึกมอเตอร์สปอร์ตสองล้อเบอร์หนึ่งของโลก “โมโตจีพี” ดวลความเร็วสนามแรก ที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” กระหึ่มโลก ด้วยเกมสุดเร้าใจ มาร์โก เบซเซ็คคี ดาวบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง แก้ตัวสำเร็จนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าชัยประเดิมฤดูกาลใหม่เหนือ เปโดร อคอสต้า นักบิดสแปนิชจาก เคทีเอ็ม ขณะ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกคนปัจจุบันจาก ดูคาติ ดวงแตกยางระเบิดไม่จบเรซ โดยโมโตจีพี สนามประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นปีที่ ทำลายสถิติ (Break  Records ) ผู้ชมสูงสุดกว่าทุกปี จำนวนกว่า 228,228 คน

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ ดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางจำนวนผู้ชมสูงสุดสถิติใหม่ถึง 228,228 คน ตลอดทั้งสุดสัปดาห์

โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ร่วมกับ คาร์เมโล เอซเปเลต้า ซีอีโอของ โมโตจีพี สปอร์ต เอนเตอร์เมนเมนต์ กรุ๊ป และ ฮอร์เก วิเอกาส ประธานสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ซึ่งมีการร่วมร้องเพลงชาติไทยกับแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย เพื่อเป็นสักขีพยานของการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างเป็นทางการ

ไฮไลต์ของการแข่งขันทั้งหมดถูกควบรวมมาไว้ในวันอาทิตย์ หลังจากที่ผ่านเกมในรอบซ้อมจนถึง “สปรินต์ เรซ” ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยจะเป็นการชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในทุกรุ่น

เกมในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง โมโตจีพี ซึ่งดวลกันทั้งสิ้น 26 รอบสนาม โดยตำแหน่งโพลบนกริดสตาร์ตเป็นของ มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ที่พลาดล้มจากในรอบสปรินต์ ขนาบข้างด้วย มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 7 สมัยชาวสแปนิชจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม และ ราอูล เฟร์นันเดซ นักบิดสแปนิชจาก แทร็คเฮาส์ โมโตจีพี ทีม ในกริดที่ 2-3 ส่วน เปโดร อคอสต้า ผู้ชนะสปรินต์เรซจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง เริ่มเกมจากกริดที่ 6

รูปเกมในเรซนี้แตกต่างอย่างมากกับในวันเสาร์ เพราะ เบซเซ็คคี ที่พลาดล้มอย่างน่าเจ็บใจใน “สปรินต์เรซ” สามารถแก้เกมจากความผิดพลาดของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ สตาร์ตจากโพลขยับขึ้นนำได้ตั้งแต่โค้งแรก และบิดนำม้วนเดียวจบผงาดคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเวลารวม 39 นาที 36.270 วินาที พร้อมกับสร้างสถิติเป็นนักบิดคนแรกของ อพริเลีย ที่คว้าชัยชนะได้ 3 เรซติดต่อกัน

อันดับ 2 ในเรซนี้เป็นของ อคอสต้า ที่เค้นฟอร์มเก่งออกมาในสนามนี้ แม้จะออกตัวจากกริดที่ 6 แต่เมื่อ “การยึดเกาะ” เข้าที่ ดาวบิดสแปนิชก็ค่อยๆ ไล่แซงทั้ง มาร์เกซ และ ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ขึ้นมา ก่อนจะแซง ราอูล เฟร์นันเดซ ช่วงท้ายเรซบิดเข้าป้ายด้วยเวลาตามหลังผู้นำถึง 5.543 วินาที ตามด้วย ราอูล เฟร์นันเดซ ในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 9.259 วินาที

ส่วนอันดับ 4 เป็นของ มาร์ติน ตามหลังผู้ชนะ 12.182 วินาที ตามด้วย ไอ โอกูระ นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ โมโตจีพี ทีม ซึ่งสร้างผลงานอย่างร้อนแรง ไล่แซงจากอันดับ 11 ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 5 ตามหลังผู้ชนะ 12.411 วินาที

ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ ที่กำลังลุ้นท็อปไฟว์อย่างหนักโชคร้ายยางหลังแตกที่โค้ง 4 ต้องออกจากการแข่งขันในช่วง 6 รอบสุดท้าย เช่นเดียวกับน้องชายอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ จาก เกรซินี เรซซิ่ง ที่พลาดล้มในรอบถัดมา และ โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่รถแข่งขัดข้องจนต้องรีไทร์ไป

โดยในสนามนี้นักบิดที่ใช้รถแข่งดูคาติ ต่างเจองานหนัก ซึ่งผลงานดีที่สุดของพวกเขาคือ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ นักบิดอิตาเลียนจาก เปอร์ตามิน่า เอ็นดูโร วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะ 16.845 วินาที ตามด้วย แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ในอันดับ 7 ตามหลัง 17.363 วินาที และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี ที่แซงในโค้งสุดท้ายเข้าป้ายอันดับ 8 ตามหลัง 18.227 วินาที

ด้าน ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า นักบิดอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม ยังเค้นฟอร์มเก่งไม่ออก เริ่มเกมจากกริดที่ 13 ขยับขึ้นมาอันดับ 9 ช่วงต้นเกมแต่ก็ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้ เข้าเส้นชัยด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะถึง 18.340 วินาที ตามด้วย ลูก้า มารินี เพื่อนร่วมชาติจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ในอันดับ 10 ตามหลัง 19.101 วินาที

หลังผ่านสนามแรกของปี อคอสต้า ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเปียนชิพของ โมโตจีพี มีทั้งสิ้น 32 คะแนน ตามด้วย เบซเซ็คคี อันดับ 2 มี 25 คะแนน และ ราอูล เฟร์นันเดซ อันดับ 3 มี 23 คะแนน ด้าน มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกคนปัจจุบันเริ่มต้นฤดูกาลไม่เป็นไปตามเป้า ไร้แต้มจาก “เมนเรซ” รั้งอันดับ 8 มี 9 คะแนน

สำหรับผลการแข่งขันในรุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะ โมโตทู ซึ่งเกิดธงแดงถึง 2 ครั้งจากอุบัติเหตุในสนาม ก่อนจะดวลกันได้แค่ 7 รอบ ผลปรากฏว่าชัยชนะตกเป็นของ มานูเอล กอนซาเลซ นักบิดสแปนิชจาก ลิควิ โมลี ไดนาโวลต์ อินแท็คต์ จีพี คว้าชัยไปครองด้วยเวลา 11 นาที 11.575 วินาที เฉือน อีซาน เกวาร่า จาก บลู ครู พรามัค ยามาฮ่า โมโตทู อันดับ 2 เพียง 0.099 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ดาเนียล โฮลกาโด จาก ซีเอฟ โมโต อินดี้ อัสพาร์ ทีม ตามหลัง 0.454 วินาที

อีกรุ่นที่ดวลกันอย่างสุดมันส์และต้องตัดสินแพ้ชนะกันด้วยภาพถ่ายคือ โมโตทรี ที่ดวลกันทั้งสิ้น 19 รอบสนาม ชัยชนะตกเป็นของ ดาบิด อัลมันซ่า ดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก ลิควิ โมลี ไดนาโวลต์ อินแท็คต์ จีพี ด้วยเวลารวม 32 นาที 14.186 วินาที เฉือนเพื่อนร่วมชาติอย่าง มักซิโม คีเลส จาก ซีเอฟ โมโต กาวิโอต้า อัสพาร์ ทีม อันดับ 2 เพียง 0.003 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ วาเลนติน เปอโรเน นักบิดอาร์เจนไตน์จาก เรดบูล เคทีเอ็ม เทคทรี ตามหลัง 9.480 วินาที

ทั้งนี้ ประเทศไทย ได้รับการยืนยันต่อสัญญากับ โมโตจีพี ออกไปอีก 5 ปี จากสัญญาฉบับเดิม โดยจะยังคงเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” ไปจนถึงฤดูกาล 2031 ส่งสัญญาณว่าประเทศของเรายังคงเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

Related Articles

Stay Connected

0FansLike
3,912FollowersFollow
22,800SubscribersSubscribe

Latest Articles