GWM ชู 4 กลยุทธ์รุกตลาดปี’69 เปิดรถ 7 รุ่น ลุ้นโต 40% ดันเครือข่าย 100 แห่ง บริการหลังขายล้ำสมัย

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios-All Powertrains-All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยปี 2569 GWM (Thailand) ได้ดำเนินธุรกิจครบรอบ 5 ปีในประเทศไทย ประกาศขอบคุณลูกค้าชาวไทยและทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนที่ผ่านมา พร้อมแถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อเร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ด้านการขาย และด้านบริการหลังการขาย พร้อมเผยศักยภาพนวัตกรรมระดับโลกล่าสุด กับ 5 เทคโนโลยีขุมพลังครอบคลุมทุกพลังงาน สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ทุ่มเทและลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับการสัญจรแห่งอนาคตของคนไทยและทั่วโลกให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาป กลุ่มพลังงานไฮบริด พลังงานไฟฟ้า 100% พลังงานไฮโดรเจน และรถจักรยานยนต์ไฮเอนด์

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 ยังเตรียมเปิดรถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่น พร้อมเร่งเครื่องมุ่งหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ถึง 100 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อสานต่อความไว้วางใจและเสริมแกร่งการดูแลผู้ใช้งานรถยนต์ GWM อย่างใกล้ชิดและทั่วถึง 

GWM (Thailand) ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะลงทุนอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม โดย ณ สิ้นปี 2568 GWM มียอดขายสะสมในไทยรวมทั้งสิ้น 53,619 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้นถึง 146% ตอกย้ำเป้าหมายการเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยในปี 2569 GWM (Thailand) ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 40% พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1.กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปีนี้ทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบ User-Centric โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ GWM ORA 5 รถยนต์ในเซกเมนต์ SUV-B ที่มาพร้อมทั้งรุ่น EV สำหรับชีวิตเมืองที่ทันสมัย และรุ่น HEV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ มอบสมรรถนะและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WEY เพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นในปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำการตลาดของรถยนต์ระดับลักซัวรี่ โดยจะมีการสร้าง WEY Exclusive Showroom ตามพื้นที่สำคัญ ๆ ทั่วประเทศ แยกเป็นอิสระจากโชว์รูมทั่วไปของ GWM

2.กลยุทธ์ด้านการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขึ้นสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยเราจะเร่งสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Omni Channel พร้อมทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสื่อสารอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่งและมั่นคง นอกจากนี้ GWM จะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.กลยุทธ์ด้านการขาย ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและมอบบริการได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบในการทำการตลาดในปัจจุบัน และสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยองค์ประกอบสำคัญในรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ด้วยระดับสต็อกที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

4.กลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย เน้นย้ำสร้างความเชื่อมั่นและมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งในใจลูกค้า ผ่านการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95% พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหาและตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ภายในงาน GWM Day – 5 Years Anniversary 2026 นี้ GWM ได้นำเสนอ Technology Showcase ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ประกอบด้วย

– กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ V6 Powertrain ที่ทรงพลังและให้การขับขี่ราบรื่น รองรับงานหนักและออฟโรดเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบที่ให้สมดุลระหว่างพละกำลังและการประหยัดเชื้อเพลิง และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่ขึ้นชื่อด้านความทนทานและแรงบิดสูง พร้อมการรับประกันคุณภาพสูงสุด 1 ล้านกิโลเมตร

– กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ระบบ Hi4 – Chassis ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสานทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ เน้นประหยัดพลังงาน พร้อมสมรรถนะที่มากกว่า

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มีทั้งมอเตอร์ Good Cat ที่ให้การขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในเมือง และมอเตอร์ ORA 07 ที่มอบพละกำลังสปอร์ต พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล

กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ

– กลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “เป้าหมายในปีนี้ของ GWM (Thailand) ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว และตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสควบคู่กับการดูแลลูกค้าอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเรา คือความสำเร็จในการส่งมอบ GWM TANK 300 Diesel ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เราจึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2569 อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การขยายเครือข่ายให้ทั่วประเทศรวมถึงต่อยอดทางธุรกิจด้านต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงให้กับ GWM ในตลาดประเทศไทย”  

Related Articles

Stay Connected

0FansLike
3,912FollowersFollow
22,800SubscribersSubscribe

Latest Articles